กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ธุรกิจ งาน / การเลี้ยงปลาในหน้าแล้ง ควรทำอย่างไร
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 16 ธันวาคม 2018, 08:52:49 PM »
แม้ว่าประเทศไทยของเรานั้นจะมีความสมบูรณ์ แต่ในบางพื้นที่ก็อาจประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำ หรืออาจประสบปัญหาภัยแล้งได้ในบางโอกาส ผู้ที่ทำอาชีพหรือมีส่วนเกี่ยวข้องจึงต้องหาวิธีรับมือให้เหมาะสม เพื่อให้สามารถดำเนินตามวิถีของตนไปได้
เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในฤดูแล้ง หรือในช่วงที่สภาพอากาศแล้ง ผู้เลี้ยงสัตว์น้ำควรเตรียมตัวรับกับสถานการณ์ หาวิธีการป้องกันแก้ไข เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นทั้งกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังและบ่อดิน โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้
1. จัดทำร่มเงาบริเวณกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำ
2. ลดการให้อาหารลง 10-20%
3. ติดตั้งเครื่องพ่นน้ำลงในกระชังเลี้ยงปลา หรือเดินท่อเติมอากาศให้กับปลาที่เลี้ยงในกระชังโดยตรง
4. คัดเลือกสัตว์น้ำที่ได้ขนาดออกจำหน่าย
5. ไม่ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำหนาแน่นเกินไป
6. ในช่วงระหว่างนี้ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ควรหลีกเลี่ยงการปล่อยลูกพันธุ์สัตว์น้ำชุดใหม่ หรือจำกัดปริมาณ
7. จัดเรียงกระชังให้มีกระแสน้ำไหลผ่านมากที่สุด
8. ควรหมั่นตรวจตรากระชังอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้แก้ไขหรือรักษาได้ทันท่วงที
เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน
ส่วนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน สามารถจัดการได้ดังนี้
1. ควบคุมการใช้น้ำและรักษาปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด
2. จัดเตรียมแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้เพิ่มเติม
3. ลดปริมาณให้อาหารสัตว์น้ำลง
4. คัดสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นจำหน่ายหรือบริโภค
5. เพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ
6. ปรับสภาพดินและคุณสมบัติของน้ำ เช่น น้ำลึก 1 เมตร ใส่ปูนขาว 50 กก.ต่อไร่ ถ้าบ่อมีตะไคร่น้ำหรือแก๊สมากเกินไป ควรใส่เกลือ 50 กก.ต่อไร่
7. ตรวจสอบคุณสมบัติของน้ำ ควรงดการสูบน้ำจากแหล่งธรรมชาติเข้าบ่อโดยตรง
8. ปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในปริมาณที่หนาแน่นน้อยกว่าปกติ
9. งดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ
10. วางแผนการเลี้ยง หากแหล่งน้ำสำรองน้อยให้จำกัดปริมาณ
11. ตรวจตราสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ
12. ถ้าพบปลาตายเป็นจำนวนมากผิดปกติให้รีบแจ้งสำนักงานประมงใกล้บ้านท่านให้ทราบโดยด่วน
ไม่ว่าจะเลี้ยงปลาในกระชังปลา กระชังบก หรือบ่อดิน ก็จะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยแล้งอย่างถูกวิธีอยู่เสมอด้วยนะคะ ก็จะสามารถเลี้ยงปลาได้เกิดประสิทธิภาพในทุกฤดูหรือทุกช่วง
2
เมื่อเราจะต้องเดินทางไปที่ไหนสักแห่งและต้องการความสะดวกสบาย กระเป๋าที่เรานึกถึงในการจัดสัมภาระและพกพาไปนั้น ก็คงจะเป็นกระเป๋าที่สามารถพกพาได้สะดวก และคล่องตัว ซึ่งกระเป๋าเดินทางที่เป็น กระเป๋าเดินทางราคาถูก หาซื้อได้ง่าย หลากหลายรูปแบบ และฟังก์ชั่น รวมถึงตอบโจทย์การเดินทางของคุณได้อย่างดีอีกด้วย ก็คือ กระเป๋าเป้สะพายหลังนั่นเอง
กระเป๋าเป้สะพายหลังมีข้อดีคือ สามารถพกพาได้ง่าย สะดวก สามารถใส่ของทุกอย่างได้ เหมาะแก่การเดินขึ้นเขา เดินป่า หรือไปทริปแบบสมบุกสมบัน
ส่วนข้อจำกัดของกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ทนๆ หรือเหมาะแก่การลุยๆ ของคุณนั้นอาจไม่มีสีสันให้เลือกมากนักเพราะส่วนใหญ่จะเป็นโทนเข้ม มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และกระเป๋ายี่ห้อดีๆ มักราคาแพง
การเลือกกระเป๋าเป้เพื่อใช้ในการเดินทาง
การเลือกกระเป๋าเป้ที่คุณจะต้องการนำมาใส่สัมภาระในการเดินทางของคุณ สามารถเลือกได้ดังนี้
- ควรจะเลือกกระเป๋าเป้สำหรับเดินทางที่มีช่องใส่ของเยอะ เพื่อที่จะได้จัดของตามหมวดหมู่ได้สะดวกและง่ายต่อการหยิบของขึ้นมาใช้
- ควรเลือกที่มีน้ำหนักเบาเพราะต้องแบกไว้ตลอดเวลา
- ควรเลือกซื้อกระเป๋าที่ใช้วัสดุดี กันน้ำ หรือมีที่คลุมกระเป๋ากันน้ำมาให้
- ควรเลือกกระเป๋าที่ทนต่อแรงดึง มีโครงช่วยรับน้ำหนัก
- ควรเลือกกระเป๋าเป้สำหรับเดินทางที่มีส่วนแนบแผ่นหลังที่ระบายความร้อนดี มีช่องลมระบาย
กระเป๋าเป้เดินป่าหรือเดินทางแบบลุยๆ นั้นมีอยู่หลายแบบ เหมาะสำหรับแต่ละโอกาสแตกต่างกันไป เช่น หากจะไปเที่ยว 2 – 5 วัน ก็ควรใช้กระเป๋าขนาด 25 – 32 ลิตร หรือหากไปมากกว่า 1 สัปดาห์ก็ควรใช้กระเป๋าขนาด 40 – 70 ลิตร เพราะต้องแบกของใช้จำเป็น เช่น สบู่ แชมพู ถุงนอน และอุปกรณ์ต่างๆ ไปด้วย อย่างการเดินป่าก็จะต้องแบกพวกอุปกรณ์เดินป่าไปด้วย โดยขนาดนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งของที่จะพกไปด้วยและระยะเวลาที่จะพักแรม หากจำเป็นต้องแบกถุงนอนหรือเต็นท์ไปเองก็ควรเลือกกระเป๋าใบใหญ่ที่จุได้ 40 ลิตรขึ้นไป เป็นต้น
ในการเดินทางท่องเที่ยว หรือเดินทางทำกิจธุระในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน หรือต้องการเดินทางในแบบที่สมบุกสมบัน กระเป๋าเป้าสะพายหลังสามารถตอบโจทย์การเดินทางของคุณได้อย่างดี และทำให้ทริปการเดินทางของคุณผ่านไปอย่างบรรลุวัตถุประสงค์ แต่หากคุณต้องการเลือกซื้อกระเป๋าให้คุ้มค่า ก็จะต้องคำนึงถึงการใช้งานที่ทนทาน และมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์คุณได้ด้วย
3
ธุรกิจ งาน / เสื้อชั้นใน และความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2018, 06:50:21 PM »
ชุดชั้นใน เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการแต่งกายของคนเราทุกเพศทุกวัย แต่สำหรับในเพศชายนั้น อาจไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อชั้นใน แต่ก็ยังต้องสวมใส่กางเกงใน เพื่อรองรับสรีระ และคล่องตัวในการดำเนินชีวิต ทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าชุดชั้นใน และเสื้อชั้นในนั้น มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ช่วยให้กระชับ คล่องตัว และมีความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้า รวมไปถึงการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน หากเลือกอย่างไม่เหมาะสม หรือเลือกใส่อย่างไม่มีคุณภาพ ก็จะส่งผลต่อความมั่นใจ และความคล่องตัวด้วย

การซักเสื้อชั้นใน
วิธีการซักเสื้อชั้นในคือ
- แยกเสื้อชั้นในสีออกจากเสื้อชั้นในขาว หากตัวไหนมีฟองน้ำเสริมให้เอาออกด้วย
- จากนั้นแช่เสื้อชั้นในลงในน้ำยาซักผ้า
- จากนั้นนำมาล้างน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง โดยหลีกเลี่ยงการบีบ หรือบิดเพราะจะทำให้เสื้อชั้นในเสียทรง
- หากจะซักเสื้อชั้นในภายในเครื่องซักผ้าก็ควรนำเสื้อชั้นในใส่ในถุงถนอมผ้า แล้วเกี่ยวตะขอเสื้อชั้นในให้เป็นทรงเหมือนใส่ทุกตัว ก่อนจะวางซ้อนกันเป็นชั้นๆ
- การแขวนนั้นให้แขวนโดยใช้ไม้แขวนเสื้อ แล้วใช้สายเสื้อชั้นในคล้องให้เสื้อชั้นในสมดุลกัน ควรตากเสื้อชั้นในในที่ร่ม หลีกเลี่ยงการสัมผัสแดดโดยตรง

เสื้อชั้นในทอม
เสื้อชั้นในทอมหรือ เสื้อกล้ามทอม ถูกผลิตขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการ และความมั่นใจในการดำเนินชีวิตของบรรดาสาวหล่อ ซึ่งในปัจจุบันนี้หาซื้อได้ง่าย และมีคุณภาพ รวมถึงมีหลายแบบให้เลือก

เสื้อกล้ามทอมถูกออกแบบเพื่อการเก็บกระชับส่วนเกินทั้งหน้าอกและหน้าท้อง ดังนั้น เนื้อผ้าจึงมีการรัดรั้ง และจำเป็นต้องใส่แล้วแนบ (ฟิต) กับร่างกายเป็นอย่างมาก  เพราะฉะนั้นเมื่อสวมใส่ใน 1-2 ครั้งแรกสำหรับคนที่ไม่เคยสวมใส่มาก่อนอาจจะอึดอัด และรู้สึกว่าสวมใส่ยาก ที่เป็นแบบนี้เพราะสาเหตุจากการที่เราไม่เคยชินกับการสวมเสื้อแนบกระชับแบบนี้มาก่อน แต่เมื่อสวมใส่ไปสักพักเราจะเคยชินเอง และเนื้อผ้ารูปทรงจะเริ่มเข้ากับบอดี้ของเราเองจึงใส่ง่ายขึ้น อีกทั้งอาจเป็นเพราะเนื้อผ้ายังใหม่อยู่ไม่ได้ผ่านการยืดสวมใส่มาก่อน จึงแน่นมากเมื่อใส่ในครั้งแรกๆ จึงควรสวมใส่ในขณะที่ตัวแห้งสนิท หรือโรยแป้งเมื่อรู้สึกว่าสวมใส่ยากเพื่อให้เกิดความลื่น การใส่และการถอดเสื้อกล้ามทอมนั้นมีบอกไว้มากมายทางอินเทอร์เน็ตให้คุณได้ศึกษาได้

เสื้อชั้นในมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของผู้หญิงและสาวหล่อทั้งหลายอย่างมาก สิ่งที่สำคัญมากก็คือการเลือกอย่างมีคุณภาพ เลือกขนาดที่เหมาะสม และสวมใส่อย่างถูกวิธี เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถมั่นใจได้ในการทำทุกกิจกรรมแล้วล่ะค่ะ
4
เสริมสวย สุขภาพ / ข้อแนะนำในการบำรุงผิวหน้าโดยเภสัชกร
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2018, 07:55:22 AM »
การบำรุงผิว ไม่ได้จะได้ผลดีกับทุกคนเพราะว่าบางคนอาจจะมีวิธีการหรือว่าลำดับในการบำรุงผิวหน้าที่ยังไม่ถูกวิธีการก็เป็นได้ ดังนั้นหากมีความต้องการในการที่จะบำรุงหน้าให้ได้ผลดีอย่างสูงสุดคือ ลงทุนซื้อผลิตภัณฑ์ราคาแพงอย่าง joliena plus มาใช้มันก็ควรที่จะได้ผลดีด้วย ซึ่งปัจจัยในการที่จะทำให้การบำรุงหน้านั้นได้ผลนั้นมันขึ้นอยู่กับอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง เช่น หลายอย่างประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ความเหมาะสมกับสภาพผิว สภาพผิวแต่ละอย่างและสุดท้ายที่จะลืมไปไม่ได้เลยคือ  ขั้นตอนการบำรุงผิว หรือ ลำดับการทาครีม นั้นเองเพื่อให้แต่ละอย่างนั้นทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีที่สุดนั้นเอง ซึ่งปกติลำดับในการที่จะดูแลผิวหน้าก็ไม่ได้มีอะไรมากส่วนมากจะมีลำดับง่ายๆคือ  ทำความสะอาดผิวก่อนแล้วตามด้วยการปรับสภาพผิวแล้วจึงทาผลิตภัณฑ์แก้ไขปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น การรักษาสิว รักษาฝ้า รักษากระหรือแม้นแต่ริ้วรอยด้วย แล้วจึงมาทำการลงผลิตภัณฑ์บำรุงทั่วหน้า  ซึ่งเภสัชกรได้ทำการสรุปขั้นตอนของการที่จะบำรุงผิวหน้าตั้งแต่แรกจนถึงขั้นตอนการหลับมาฝากกันดังต่อไปนี้ ในขั้นตอนการบำรุงผิว เพื่อให้ผิวหน้าได้รับความชุ่มชื้น

ขั้นตอนที่ 1 ทำความสะอาดผิว ทำความสะอาดผิว คือ เช้าและเย็นทำเหมือนกันคือ การล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ หมวดล้างหน้า ส่วนช่วงเวลาเย็น ก็แค่ทำความสะอาดผิวหน้าจากเครื่องสำอางและเมคอัพ ด้วยผลิตภัณฑ์ในหมวดการทำความสะอาดเครื่องสำอาง
ขั้นตอนที่ 2 ปรับสภาพผิวหน้าของเราในตอนเช้าและเย็นด้วยผลิตภัณฑ์ในหมวดโทนเนอร์เพื่อเตรียมบำรุงผิวหน้าอีกครั้งหนึ่ง
ขั้นตอนที่ 3 การสครับผิวหน้าเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิว  เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้สม่ำเสมอด้วยผลิตภัณฑ์ หมวดผลัดเซลล์ผิว ความถี่ในการใช้ขึ้นกับสภาพผิวไม่ควรมากกว่า 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์
ขั้นตอนที่ 4 ใช้ผลิตภัณฑ์แก้ไขปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น ปัญหาสิว ปัญหาฝ้า กระจุดด่างดำหรือว่าแม้นแต่ปัญหาริ้วรอยได้ที่ช่วงเช้าและเย็นสามารถที่จะใช้ในการทาได้เลย
ขั้นตอนที่ 5 บำรุงด้วยการเติมความชุ่มชื้นและปิดล็อกไม่ให้ความชุ่มชื้นใต้ผิวระเหยออก
ขั้นตอนที่ 6 ขั้นตอนสุดท้ายในการปกป้องผิวก่อนออกจากบ้านด้วยการปกป้องกันรังสี UV ที่เป็นตัวการในการทำร้ายและทำลายผิว ขั้นตอนที่ 7 ทำทรีทเม้นพิเศษก่อนนอน ด้วยการพอกหน้าและลำคอ สัปดาห์ละ 2 ครั้งจะใช้สูตรตามธรรมชาติหรือว่าตัวทำทรีทเม้นท์สำเร็จรูปก็ได้
5
ธุรกิจ งาน / พฤติกรรมที่ทำให้ผมเกิดรังแค
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2018, 07:07:09 PM »
การที่จะมีผมสวยสุขภาพดี ปราศจากปัญหาผมร่วงจนต้องหาแชมพูมาแก้อาการ หรือว่าปัญหารังแค ปัญหาผมร่วง จนกลายเป็นผมบางและปัญหาศีรษะล้านในผู้ชาย นั้นนอกจากจะเกิดจากการขาดการบำรุงหรือว่าขาดในเรื่องของการรับประทานเรื่องของอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน ที่ไม่มีประโยชน์หรือว่าไม่เพียงพอ ดังจะเห็นจากคนลดความอ้วนที่ผมจะไม่สวย เพราะว่าร่างกายจะต้องกักตุนอาหารเอาไว้เลี้ยงร่างกายจึงไม่ไปถึงเส้นผม นั้นเอง ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าอาหารการกินสำคัญยิ่ง และต่างก็มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องในการเสริมสร้างส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ด้วย ร่างกายที่ขาดซึ่งสารอาหารนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่ ผมจะสวย โดยเฉพาะคนที่ลดความอ้วนแบบอดอาหาร  คุณแม่หลังคลอด เป็นต้น นอกจากเรื่องของอาหารการกินแล้วพฤติกรามบางอย่างเราก็สมควรในการที่จะละเว้น เพื่อให้ไม่เกิดปัญหาต่อผมสวยๆและหนังศีรษะของเรานั้นเอง
1. พฤติกรรมการสระผม ไม่น่าเชื่อเลยว่ามีผลต่อสุขภาพผม การสระผมที่พอดีเท่านั้นจึงทำให้สุขภาพผมดี เช่น
การสระผมบ่อยเกินไป ไม่ใช่เรื่องดีเลย หลายๆคนเข้าใจผิดกันเสมอมาว่าการสระผมบ่อยดีมันทำให้ผมยาวไว ทำให้ผมสะอาด สุขภาพดี ที่จริงไม่ใช่เลยมันทำให้ผมนั้นแห้ง เพราะว่าน้ำมันตามธรรมชาตินั้นหลุดไปกับการสระผมที่บ่อย สุดท้ายเกิดปัญหาหนังศีรษะแห้งจนเกินไป ดังนั้นควรสระผมสัปดาห์ละไม่เกิน 3 ครั้ง
การสระผมน้อย การสระผมเป็นประจำ ทำให้สิ่งสกปรกที่เราไปพบเจอในแต่ละวันมันหมักหมม ก่อตัวจนทำให้เกิดเป็นรังแคได้ โดยเฉพาะวันที่เราจะต้องพบเจอกับสภาวะอากาศที่เป็นพิษ เป็นต้น
2. การทำผมบ่อยครั้งมากจนเกินไป ทำให้หนังศีรษะได้รับสารเคมีเป็นประจำ  เช่น การดัดผม ทำสีการทำทรงผมด้วยเจลต่างๆ เป็นประจำ ล้วนแล้วแต่ทำร้ายเส้นผมทั้งนั้น ทำให้เกิดรังแคตามมา และปัญหาผมร่วงนั้นเอง
3. อายุ ฮอร์โมนและความเครียด ทำให้เกิดปัญหารังแคตามมาแบบไม่น่าเชื่อ ปกติแล้วเชื้อรามาลาสซีเซีย (Malassezia) จะอาศัยอยู่ที่หนังศีรษะอยู่แล้ว แต่เมื่อใดเมื่อเกิดความเครียดหรือว่ามีอายุทีเพิ่มขึ้น หรือว่ามีประจำเดือนก็อาจจะเพิ่มจำนวนมากกว่าเดิม ทำให้เกิดการสร้างและผลัดเซลล์ผิวหนังที่เร็วกว่าปกติ ทำให้เกิดรังแคตามมา จนจะต้องใช้ แชมพูแก้ผมร่วง จนได้
4. ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ความร้อนที่มากจนเกินไป หรือว่าอากาศหนาว ทำให้ หนังศีรษะมันหรือว่าแห้ง ซึ่งก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดรังแคขึ้นได้เช่นกัน
6
เมื่อคุณมีรูปร่างใหญ่ คุณมักจะหงุดหงิด และลำบากในการเลือกเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้บางประเภท ซึ่งหมายถึงกระเป๋าด้วย

แต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ ถึงคุณจะเป็นคนที่มีรูปร่างใหญ่มองดูไม่สมส่วน คุณก็สามารถเลือกกระเป๋าที่เหมาะกับคุณได้ง่ายๆ ดังนี้

สาวสะโพกใหญ่
ต้องดึงจุดสายตาออกมาจากสะโพกให้ได้โดยให้มองขึ้นมาที่ช่วงบนแทนดังนั้นจึงควรใช้กระเป๋าสะพายขนาดกลางๆ ที่มีสีสันเตะตายิ่งเว่อร์ยิ่งดีเป็น Shoulder bag ที่สายไม่ยาวมากให้อยู่ระดับเหนือสะโพกพอตัวกระเป๋าเหน็บอยู่ข้างๆแขนแทน

สาวหน้าอกใหญ่
สาวที่มีช่วงอกใหญ่และมีช่วงไหล่หนาให้เลิกใช้กระเป๋าใบเล็กที่มีหูหิ้วสั้นๆไปเลยแต่ควรหันใช้กระเป๋าสะพายข้างสายยาวหรือทรง messenger ก็ได้หรืออาจจะใช้กระเป๋าที่คล้องแขนแบบ HERMES BIRKIN ไปเลยก็จะดีมาก

สาวร่างใหญ่
อย่าคิดว่าตัวใหญ่แล้วไม่ควรใช้กระเป๋าใบใหญ่การใช้กระเป๋าใบเล็กสิยิ่งทำให้คุณดูตัวใหญ่ขึ้นแต่ควรเลือกใช้กระเป๋าใบใหญ่สีสันสดใสดึงดูดความสนใจแทนจะดีกว่ารวมไปถึงอาจหยิบคลัทช์ใบใหญ่มาถือ ควรลืมคลัทช์ใบเล็กหรือกระเป๋าถือใบจิ๋วไปได้เลย

เคล็ดลับไปในการเลือกกระเป๋า
เคล็ดลับเล็กน้อยสำหรับการดูแลกระเป๋า คือ
- กระเป๋าหนังจะดูแลง่ายที่สุด แต่ต้องระวังอย่าให้โดนพวกแอลกอฮอล์ อย่างทินเนอร์ หรือยาล้างเล็บ
- ในช่วงปลายฤดูฝนหรือยังคงมีฝนตกแบบนี้ ควรเลี่ยงกระเป๋าพวกไมโครไฟเบอร์ เพราะแบบนี้จะเสียง่ายเมื่อโดนน้ำบ่อย ควรเลือกเป็นผ้าร่มจะดีกว่า
- ถ้าเป็นกระเป๋าผ้าสีๆ ควรถามคนขายก่อนซื้อว่าสีตกหรือไม่

ในการผลิตกระเป๋า โรงงานผลิตกระเป๋า จะผลิตกระเป๋าออกมาอย่างมีคุณภาพ สีสัน ลักษณะ รูปร่างที่แตกต่างกันออกไป คุณควรเลือกใช้โดยคำนึงถึงการใช้งานที่เหมาะสม ลักษณะกระเป๋าที่เข้ากับรูปร่างของเรา คำนึงถึงคุณภาพ และเลือกโดยคำนึงถึงการดูแลต่างๆ ด้วย ก็จะเลือกได้อย่างคุ้มค่า
7
เฟอร์นิเจอร์ / การเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องภายในบ้าน
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 25 ตุลาคม 2018, 08:05:09 AM »
สำหรับการออกแบบตกแต่งแล้วต้องอาศัยการสังเกตและศึกษาสไตล์ด้วย ว่าสไตล์ต่างๆ มีลักษณะ รายละเอียดอย่างไร เช่น ถ้าชอบการตกแต่งภายในบ้าน สไตล์หวานๆ ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ในโทนสีพาสเทลเป็นเปอร์เซ็นต์มากกว่าโทนสีมืด ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ยังสามารถผสมผสานสไตล์กันได้บ้าง ตามแต่ความชอบชองแต่ละคน สำหรับแบบของเฟอร์นิเจอร์สามารถที่จะเลือกซื้อจาก โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ เพราะนอกจากจะได้เฟอร์นิเจอร์ที่หลากหลายแล้วยังได้เฟอร์นิเจอร์ราคาถูกอีกด้วย สำหรับเรื่องการเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องภายในบ้านนั้น สามารถทำได้ดังนี้

1. ห้องนอน เป็นการออกแบบตกแต่งและการเลือกเฟอร์นิเจอร์ขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าของห้องเป็นสำคัญ แต่ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมด้วยการเลือกเตียงควรมีขนาดที่พอดี เพื่อให้มีพื้นที่ในห้องเหลือพอที่จะใช้เป็นทางเดินและทำความสะอาดได้สะดวก แต่ทั้งนี้ก็ต้องสามารถนอนได้สบาย การเลือกเตียงแบบมีขาเป็นที่นิยมในสมัยนี้ เพราะทำให้ดูโปร่งโล่ง และทำความสะอาดได้ ไม่เก็บฝุ่น แต่บางคนชอบเตียงทึบ เพราะดูแข็งแรง ก็แล้วแต่ความนิยม

2. ห้องทำงาน ถ้าเป็นการทำงานที่มีการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ควรเลือกโต๊ะที่มีที่วางแป้นพิมพ์แบบลิ้นชัก ส่วนเก้าอี้ ก็ควรเป็นเก้าอี้นั่งทำงานโดยเฉพาะเพื่อรองรับแผ่นหลังและสรีระ แต่ถ้านั่งทำงานแบบนั่งเขียน การเลือกชุดโต๊ะทำงาน ก็สามารถเลือกได้ยืดหยุ่นกว่า อาจเลือกแบบตามความชอบได้เลย นอกจากโต๊ะและเก้าอี้ ชั้นวางหนังสือก็เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญมาก ควรเลือกแบบที่มีโครงสร้างแข็งแรง เพราะต้องรองรับหนังสือปริมาณมาก ควรเลือกตู้แบบมีบานปิดตู้ แต่ถ้าชอบแบบโปร่งโล่ง ก็เลือกชั้นที่ไม่มีแผ่นปิดด้านหลังตู้ ก็ทำให้ห้องทำงานดูทันสมัยมากขึ้น

3. ห้องรับแขก เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลย ก็คือโซฟาและเก้าอี้ การเลือกขนาดให้เหมาะกับพื้นที่ห้อง ถ้าห้องพื้นที่น้อย การใช้โซฟาแบบสองที่นั่งจะประหยัดพื้นที่และสะดวกต่อการนั่งสนทนา อาจใช้เก้าอี้เสริมที่ยกเก็บได้ในเวลาที่แขกมาเป็นจำนวนมาก โซฟาขนาดสามที่นั่งน่าจะเหมาะกับห้องที่มีพื้นที่พอสมควร และต้องการการใช้งานเพื่อนอนชั่วคราวในบ้างครั้ง ส่วนการกำหนดความสูงเตี้ยของโซฟานั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจและรสนิยมของเจ้าของบ้าน
8
ธุรกิจ งาน / เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาหารเสริม
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 17 ตุลาคม 2018, 09:22:14 AM »
ในยุคสมัยปัจจุบันผู้คนหันมาดูแลตนเองในเรื่องของการดูแลเรื่องของสุขภาพมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นสุขภาพร่างกายหรือว่าสุขภาพของผิวพรรณก็ต่างให้ความสนใจและดูแลไม่ต่างกันเลย ซึ่งการสนใจและดูแลสุขภาพทำให้หันมาดูแลในเรื่องของการรับประทานอาหาร เพื่อสุขภาพ เช่น การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยประโยชน์กับผิวพรรณ ตัวอย่างได้แก่ กล้วย ซึ่งแต่ก่อนคนอาจจะไม่ได้คำนึงถึงคุณประโยชน์ของมันสักเท่าไหร่ แต่มาในตอนนี้เรื่องของการทานนิยมกันมาก เพราะว่ากล้วยไม่ว่าจะเป็นกล้วยชนิดใดยี่ห้อใดนั้นต่างก็มี ประโยชน์เหมือนกันหมด

โดยเฉพาะประโยชน์ในเรื่องของผิวนั้น กล้วยอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน  และสารต้านอนุมูลอิสระ คอลลาเจน อีกทั้งยังมีสารต่อต้านมะเร็ง การป้องกันไม่ให้เกิดเนื้อร้ายจึงนิยมทานกล้วย อีกตัวที่ได้รับความนิยมไม่ต่างจากกล้วยก็คือ   ฝรั่ง ซึ่งสาวๆที่รักสวยรักงามต่างก้ทราบอยู่แล้ว่ามันอุดมไปด้วยวิตามินซีเยอะมากๆ ยัง ไปเสริมสร้าง คอลลาเจนที่หากได้รับเพียงพอแล้วจะส่งผลให้หน้าตาสดใส  ไม่เหี่ยวย่น  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยว่าอะไรที่ทานแล้วทำให้ผิวดีจะได้รับความนิยมแต่กว่าที่จะได้ผลค่อนข้างจะใช้เวลานานมากพอสมควรดังนั้นสาวๆคนไหนก็ตามที่ใจร้อนรอไม่ไหวอยากที่จะมีผิวพรรณขาว สดใส สุขภาพผิวดี การทานอาหารเสริมอย่างคอลลาเจน แล้วออกกำลังกายนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั้นคือ ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรนับอาหารเสริมเพื่อสุขภาพผิว

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจอะไรเลยเท่าที่กล่าวมาว่าทำไมในตอนนี้เรื่องของการที่จะทานเรื่องของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงกลายเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดาไปเสียแล้วอีกทั้งยังค่อนข้างจะมีบทบาทค่อนข้างข้างจะมาก ในชีวิตประจำวันทานทุกวันไม่ต่างจากการทานข้าวหรือว่าน้ำ ยอมเสียเงินราคาที่ค่อนข้างจะแพงมากพอสมควรในการที่จะ หามาทาน แต่ถามว่ามันคือ การลงทุนที่คุ้มค่าหรือไม่สำหรับการที่เราจะหาตัวช่วยมาเป็นอาหารเสริมในการดูแลสุขภาพอย่าง อาหารเสริม boom เป็นต้น

การสรรหาอาหารที่จะทานเข้าไปแล้วได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่มันยากเช่นกันดังนั้นการมองหาตัวช่วยที่ดีๆอย่างอาหารเสริมจึงเป็นผลดีมากกว่า จึงสรุปได้ว่าอาหารเสริมนั้นสำคัญยิ่งสามารถที่จะช่วยเติมสารอาหารที่ขาดสำหรับคนที่ใช้ชีวิติย่างเร่งรีบหรือว่าคนที่มีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องของการที่เราจะทานอาหารเสริมอย่างเดียวไม่เพียงพอ อย่าลืมรับประทานอาหารให้ครบ 5หมู่และก็นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 แก้วต่อวันก็จะทำให้เรามีสุขภาพแข็งแรง ผิวสวยแบบที่ต้องการด้วย
9
อสังหาริมทรัพย์ / ติดกระจกอย่างไรให้ถูกหลักแต่งบ้าน
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 30 กันยายน 2018, 07:47:59 AM »
อย่างที่ทราบกันดี ว่าการซื้อบ้านหรือปลูกบ้านใหม่ การปลูกสร้างอาคารเพื่อทำการทำธุรกิจ มีปัจจัยจะต้องพิจารณาปัจจัยอย่าง ทำเลที่ตั้ง ราคา ถนนหนทาง เรื่องของวัสดุอุปกรณ์ เรื่องถนน มันจะต้องใช้วิธีการที่ตามหลักวิชาฮวงจุ้ยด้วย เพื่อลดปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น ปัญหาทางด้านธุรกิจ การเงิน สุขภาพ อุบัติเหตุ เป็นต้น

ในเรื่องของฮวงจุ้ยบอกได้เลยว่ามันสำคัญยิ่งในการที่จะสร้างบ้าน เพราะว่าการสร้างบ้านการแต่งบ้านที่ดีนั้นจะต้องสอดคล้อง ไปสู่โชคและความสำเร็จ แต่หากว่าการดำเนินการสร้างบ้านนั้นหากว่าไม่ดีไม่ถูกต้องและขัดแย้งกับหลักวิชาฮวงจุ้ยจะทำให้โชคที่กำลังเข้ามามันจะหดหายออกไป ดีไม่ดีจะนำพาความเคราะห์ร้ายมาให้คนในบ้านได้อีกด้วย

กระจกเทมเปอร์ แต่งบ้านใช่ว่าจะสามารถติดตั้งได้ทุกที่ของบ้านนะจะต้องศึกษาให้ดีก่อนทำการติดตั้งเพราะว่าหากว่าการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จากการคิดแค่การติดกระจกแต่งบ้านเพื่อความสวยงามและเสริมโชคชะตา อาจจะไปทำให้กลายเป็นนำสิ่งไม่ดีเข้ามาตัวบ้านอีก ดังนั้นควรศึกษาตำแหน่งที่ดีไม่ดีในการติดตั้งกระจก วันนี้จึงอยากที่จะเข้ามาแนะนำตำแหน่งที่ไม่ดีในการติดกระจก มาดูกันดีกว่า

1. อย่าติดกระจกตรงข้ามประตูทางเข้าบ้าน อย่าลืมนะว่าประตูคือตำแหน่งที่สำคัญมากที่สุดของบ้านเพราะว่าเป็นปราการด่านสำคัญในการที่จะรับพลังงานที่ดีหรือว่าไม่ดีเข้ามาสู่ตัวบ้าน ดังนั้นการติดกระจกตรงข้ามกับประตูบ้าน เพราะว่าติดตรงข้ามแทนที่จะดูดสิ่งที่ดีเข้ามาในตัวบ้านกลับกลายเป็นผลักพลังงานดีๆออกจากบ้าน
2. อย่าติดกระจกตรงข้ามห้องน้ำ หรือห้องครัว
ห้องน้ำ เป็นจุดแรกที่บอกได้เลยว่าคือ จุดอับของบ้าน เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยน่าประสงค์เท่าไหร่ การติดกระจกจุดตรงกันข้ามเท่ากับว่าสะท้อนสิ่งไม่ดีเข้ามาในตัวบ้านอีก
ห้องครัว เป็นจุดที่เปรียบเสมือนธาตุไฟ จะนำพาความร้อนเข้ามาในบ้านมากกว่าเดิมยิ่งไปติดกระจกตรงกันข้ามนั้นยิ่งทำให้นำเอาความร้อนรุ่มเข้ามาบ้านเพิ่มขึ้น
3. อย่าติดกระจกในห้องนอน คนรุ่นใหม่นั้นนอยมติดมากสำหรับกระจกในห้องนอน เพราะว่าทำให้หรูหรามากยิ่งขึ้นแต่ที่จริงมันไม่สมควรผิดหลักฮวงจุ้ย เพราะว่าสางผลต่อการนอนอีกทั้งยังผลต่อชีวิตคู่อีกด้วย
10
เฟอร์นิเจอร์ / วิธีตกแต่งร้านเรียกทรัพย์ตามศาสตร์ของจีน
« กระทู้ล่าสุด โดย administrator เมื่อ 27 สิงหาคม 2018, 08:29:04 AM »
ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการตกแต่งร้านเพื่อเสริมดวงและช่วยเรียกโชคลาภนั้น ดูเหมือนว่ากำลังได้รับความสนใจไม่น้อยในปัจจุบันกับ สำหรับการให้บริการเกี่ยวกับการออกแบบร้านเพื่อเสริมดวงนั้น ปัจจุบันมีให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น รับออกแบบร้านเสริมงาม รับออกแบบร้านทำเล็บ รับออกแบบร้านอาหาร หรือบริษัทต่างๆ เป็นต้น สำหรับเรื่องของการตกแต่งเพื่อเรียกทรัพย์จะยึดถือตำราแล้วจัดการพื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เป็นไปตามหลักที่เกี่ยวข้องหรือแม้กระทั่งบางคนอาจจะไม่ได้มีความเชื่อโดยตรงก็มีการอาศัยกับเรื่องเหล่านี้ไว้เพื่อความสบายใจ

1. ตกแต่งแบบธรรมชาติ เป็นลักษณะของการตกแต่งเพื่อเรียกทรัพย์เพราะธรรมชาติเป็นแหล่งพลังแห่งความอุดมสมบูรณ์และมีความมั่งคั่งมากที่สุดแหล่งหนึ่ง การนำความมั่งคั่งเข้ามาไว้ในบ้านก็เปรียบเหมือนการนำพลังงานนั้นเข้ามาไว้ในตัวบ้านด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากเรานำต้นไม้ใบเขียว หรือต้นไม้มงคลมาประดับตกแต่งในบ้าน ก็จะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งให้กับคนในบ้านได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญที่สุดคือต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ต้นไม้เหี่ยวแห้ง

2. ประดับภายในด้วยของสีทอง อาจเลือกที่จะใช้เรือสำเภาหรือก้อนทอง เป็นของตกแต่งร้านเพื่อเรียกทรัพย์ สำหรับของเหล่านี้เปรียบเป็นดั่งสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองและความอุดมสมบูรณ์ในด้านการเงินได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือก่อนจะอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือเข้ามาบูชาภายในบ้าน แนะนำให้ใช้ยันต์แปดเหลี่ยมในการหาทิศที่เหมาะสมก่อนเสมอ ซึ่งได้แก่ทิศเหนือและจะต้องเป็นจุดศูนย์กลางของบ้าน นอกจากนี้สีมงคลเรียกทรัพย์ ก่อนอื่นรู้ก่อนว่าตำแหน่งการเงินอยู่ตรงจุดไหน โดยปกติตามหลักเมื่อหันหน้าเข้าประตูห้องไหนอยู่ตำแหน่งซ้ายบนสุดถือว่าเป็นตำแหน่งการเงินของบ้าน ต้องเลือกใช้โทนสีของธาตุไม้ ธาตุน้ำ และธาตุดิน เพื่อช่วยเรียกทรัพย์

3. บ่อน้ำหรือตู้ปลาช่วยสร้างความสมดุล เป็นที่เห็นกันโดยทั่วไปสำหรับการออกแบบตกแต่งให้บ้านนั้นมีน้ำอยู่บริเวณหน้าบ้าน หรือหน้าร้านต่างๆ ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับการจัดสถานที่แบบนี้ ไม่จำเป็นจะต้องขุดสระขึ้นมาเสมอไป เพียงแค่หาสิ่งของที่บอกถึงน้ำมาวางไว้ในที่ที่เหมาะสมก็สามารถที่จะช่วยเรื่องโชคลาภได้เช่นกัน สำหรับการตกแต่งห้องสำหรับเรียกทรัพย์คุณสมบัติการไหลเวียนของน้ำจะช่วยให้พลังงานดีขึ้นและนำพาโชคลาภให้เข้ามาได้ดี นอกจากมีบ่อน้ำอยู่ที่หน้าบ้านหรือหน้าร้าน อาจเลี้ยงปลาที่มีความหมายในเรื่องโชคลาภเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มบารมี
หน้า: [1] 2 3 ... 10

SMF 2.0.4 | SMF © 2011, Simple Machines